A Play Music Digital

ช็อค!!''โยโกะ''ไตวายเฉียบพลัน!!

หลังอดีตเซ็กซี่สตาร์ชื่อดังเมืองไทย "โยโกะ ทาคาโน่" น.ส.พิมพ์ภา ทาคาโน่ หรือ น.ส.พิมพ์ภา ทาคาโน่ เข้าพักรักษาอาการป่วยเรื้อรังเนื่องจากมีอาการปวดและมีพังผืดขึ้นตามกล้ามเนื้อแขนขารู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มีอาการเกร็ง นิ้วมือคดงอ และกระตุกเป็นบางครั้ง ซึ่งเป็นอาการของเป็นโรค CIDP (Chronic inflammatory demyelinated polyneuropathy) อันเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทและเยื่อหุ้มประสาทอักเสบเรื้อรัง รวมถึงป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ที่โรงพยาบาลดังย่านลาดพร้าวเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา 


         และด้วยความที่"โยโกะ"ต้องรักษาหลายโรครุมเร้า  จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถทนทานความเจ็บป่วยและการรักษาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไตต้องทำงานหนักมาก ส่งผลให้"โยโกะ"มีอาการทรุดลง
 

         ล่าสุดวันนี้ (14 พฤษภาคม 2557 ) แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยกับสยามดาราว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 พฤษภาคม 2557) ทางคุณแม่ของ"โยโกะ" ได้ตัดสินใจย้ายลูกสาวมาทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ซึ่งทางแพทย์ได้ตรวจและวินิจฉัยว่า"โยโกะไตวายเฉียบพลัน"รวมถึงเส้นเลือดดวงตาแตกทั้งสองข้าง!! 
 

         เบื้องต้นทางแพทย์ได้ทำการล้างไตให้กับดาราสาวเป็นการด่วน  จนร่างกายของ"โยโกะ"มีสภาพดีขึ้น แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย และแพทย์ยังตามประกบดูแลเยียวยาแบบวันต่อวัน 
 

         "อย่างที่รู้ๆโยเขาสุขภาพไม่แข็งแรง  มีโรคหลายโรครุมเร้า พอรับการรักษา เจอยามากๆ ร่างกายก็ทนการรักษาไม่ไหว ไตก็ทำงานหนัก ตัวเหลือง บวม จำอะไรไม่ได้เบลอ จำใครไม่ได้  เส้นเลือดตาทั้งสองข้างก็แตก ซึ่งตรงนี้เกิดจากการที่เขาขับถ่ายไม่ได้มาเป็นอาทิตย์แล้วเขาพยายามจะเบ่ง คุณแม่โยก็เลยตัดสินใจย้ายเขามารับการรักษาที่นี่  หมอก็บอกว่าไตวายเฉียบพลันและได้ทำการล้างไตอย่างเร่งด่วน  ตอนนี้อาการดีขึ้น  แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องรักษาแบบวันต่อวัน  โยเขาก็ตัวเหลือง ตัวบวม แต่คุยรู้เรื่องขึ้น จำใครได้บ้าง แต่แม่เค้าก็ต้องคอยกระตุ้นถามว่าจำได้มั้ย  ซึ่งอาการตรงนี้อาจจะเกิดจากการที่รักษามายาวนาน"
 

         ผู้สื่อข่าวถามต่อในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล คนใกล้ชิดนิ่งไปสักพัก พร้อมกับบอกว่าตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลนั้นค่อนข้างสูง ซึ่งภาระนี้ตกอยู่ที่คุณแม่ของ"โยโกะ"เพียงคนเดียว 
  
  
         "ค่าใช้จ่ายอยู่ที่คุณแม่คนเดียวล่ะ  ก็คงจะมากมายและหนักหนาอยู่เพราะโยเขาเป็นหลายโรคมากๆ และคงต้องใช้เวลาในการรักษานิดหนึ่ง  ในการรักษาแต่ละโรคให้หาย   ถามว่าคุณแม่คนเดียวไหวมั้ย คงไม่ไหวหรอกค่ะ โยเองก่อนจะป่วยก็ไม่ได้มีงานมากมายอย่างที่รู้ๆกันนั่นหล่ะ  แต่แม่เค้าก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดูแลลูกให้หายจากความเจ็บปวดค่ะ"แหล่งข่าวกล่าว  

 

 

แบ่งปัน: